ReadyPlanet.com
dot dot
dot
MENU
dot
bulletEnglish
dot
แบบ และ ราคาสินต้า
dot
bulletปลอก และ ลิ่มจับลวด
bulletเครื่องดึงลวด
bulletเครื่องส่งลวด
bulletกรรไกรตัดลวด PC Wire
bulletเครื่องวัดแรงดึง DILLON ( Dynamometer )
bulletเครื่องวัดแรงตึง ของลวด Quick-Check Tension Meter
bulletเครื่องวัดความแข็ง คอนกรีต
bulletเครื่องพันลวด เครื่องต่อลวด
bulletลวดต่อลวด
bulletเครื่องกดลูกปูน
bulletเครื่องย้ำลวด
bulletสายจี้คอนกรีต
bulletเครื่องเขย่าคอนกรีต
bulletเครื่องชั่งน้ำหนัก
dot
ข้อมูล / สาระน่ารู้
dot
bulletPlanning and advice
bulletลวดเหล็กอัดแรง
bulletคอนกรีตอัดแรง
bulletโพสเทนชั่น
bulletคอนกรีต
bulletเสาเข็ม
bulletเสาเข็มกลมแรงเหวี่ยง
bulletหมอนรถไฟ
dot
วิธีการใช้งาน
dot
dot
การตรวจสอบและบำรุงรักษา
dot
bulletลิ่มจับลวด กิ๊บดึงลวด
bulletวิธีทำความสะอาด ลิ่มจับลวด
dot
ลูกค้าบางส่วนของเรา
dot
bulletรายชื่อบริษัทจำหน่ายเสาเข็ม แผ่นพื้น คอนกรีตอัดแรง
dot
เกี่ยวกับเรา
dot
bulletหจก. พี.อาร์. วิศวกรรม
bulletแผนที่ พี.อาร์. วิศวกรรม
bulletกระดานถามตอบ
dot
รับข่าวสาร

dot
bulletอัลบั้มรูป
bulletตะกร้าสินค้า




ลิ่มจับลวด กิ๊บดึงลวด

สาเหตุที่ ลิ่มจับลวด เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ

มี 2 สาเหตุสำคัญ ที่จะทำให้ ลิ่ม จับในกระบอกเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าปรกติ

1. ปลายลวดที่ลิ่มในกระบอกจับสั้นเกินไป  :  ในกรณีนี้จะทำให้ลิ่มจับในกระบอกร้าว

2. การปล่อยลวดที่ไม่ถูกวิธีของกระบอกดึง :  ในกรณีนี้จะทำให้ลวดรูดผ่านและทำให้ฟันจับเสื่อมเร็ว

ถ้าหากว่าใช้แรงดึงอยู่ระหว่าง 80 – 85 % ของจุดรับแรงดึงสูงสุดของลวด ที่ใช้ ลิ่มจับลวด ในกระบอกจะต้องได้รับการทำความสะอาดฟันจับลวด และฉีดป้องกันด้วย สารป้องกันการสึกกร่อนของโลหะ ที่ PAUL แนะนำ หลังจากการใช้งานของแต่ละวัน ถ้าจำนวนครั้งที่ใช้ไม่เกิน 200 ครั้งต่อวัน

สำหรับการใช้ที่ใช้แรงดึงที่ต่ำกว่า 80 – 85 % ของจุดรับแรงดึงสูงสุดของลวด ที่ใช้ การตรวจสอบดูแลรักษาอาจจะเพิ่มจำนวนครั้งที่ใช้ได้ ถ้าหากว่าไม่มีข้อมูลพิเศษที่นอกเหนือสำหรับวิธีการบำรุงรักษาเครื่องดึงลวด ก็ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำที่แจ้งไว้ นอกเหนือจากนี้การตรวจดู การสึกหรอของฟันจับจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

ถ้าหากว่าการนับจำนวนครั้งที่ใช้ไม่สามารถนำมาใช้หรือไม่ได้นับจำนวนครั้งที่ใช้ ก็จะต้องถอดกระบอกดึงลวดเพื่อทำความสะอาด และตรวจสอบฟันจับอย่างน้อยสองเดือนต่อครั้งสำหรับกระบอกแบบไฮดรอลิก และอย่างน้อยเดือนละครั้งสำหรับกระบอกดึงแบบที่ใช้สปริง เพื่อให้อายุในการใช้งานอันยาวนานและความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน

 

การบำรุงรักษาและทำความสะอาด ลิ่มจับลวด ในกระบอก และ ลิ่มจับลวด ที่แท่น สามารถทำได้อย่างง่ายดายหลังจากถอดลิ่มจับลวดออกจากกระบอกแล้ว ใช้แปรงลวดขัดตามร่องฟันเพื่อกำจัดเศษวัสดุและเศษสนิมที่ติดอยู่ตามร่องฟัน และตรวจดูสภาพของฟันว่ายังอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้หลังจากนั้นก็ฉีดด้วยสารป้องกันสนิมและป้องกันการสึกกร่อนของโลหะตามที่ PAUL แนะนำ ลิ่มจับลวดในกระบอกดึงและลิ่มจับลวดที่แท่นก็จะมีอายุในการใช้งานที่ยาวนานและเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่ ทุกครั้งที่ถอดลิ่มจับลวดในกระบอกเพื่อทำความสะอาดจะต้องตรวจดูเสื้อฟันและทำความสะอาดเสื้อฟันด้วยเพราะว่าถ้าเสื้อฟันสกปรกหรือมีเศษวัสดุติดอยู่ก็จะทำให้ลิ่มจับลวดในกระบอกเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ทุกครั้งที่ถอดลิ่มจับลวดจากกระบอกดึงก็ควรจะทำความสะอาดชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องในกระบอกดึงลวดก่อนที่จะประกอบกลับ สำหรับกระบอกดึงที่ใช้สปริงก็ควรตรวจสอบแรงดันของสปริงด้วย

 

อายุการใช้งานของลิ่มในกระบอกและลิ่มที่แท่น ส่วนใหญ่แล้วก็ขึ้นอยู่กับการทำความสะอาดของฟันจับลวดและตัวลิ่มรวมทั้งเสื้อฟัน แต่ความแข็งของลวดที่ใช้และรูปร่างของลวดรวมถึงแรงดึงที่ใช้ก็มีผลกระทบต่ออายุในการใช้งานของลิ่มจับลวด จึงเป็นการยากอย่างยิ่งที่จะกำหนดจำนวนครั้งที่ลิ่มจับลวดสามารถใช้ได้ของลิ่มจับลวดในกระบอกแต่ละตัว  ข้อมูลที่จะนำเสนอจึงเป็นเพียงแนวทางในการตรวจสอบลิ่มจับลวดในมุมกว้าง  อายุในการใช้งานของลิ่มในกระบอกก็จะมีความแตกต่างไปจากงานแบบหนึ่งไปงานอีกแบบหนึ่ง

 

อายุในการใช้งานของ ลิ่มจับลวดในกระบอก แบบไฮโดรลิค โดยเฉลี่ย 500 -5000 ครั้งในการดึง

อายุในการใช้งานของ ลิ่มจับลวดในกระบอก แบบสปริง โดยเฉลี่ย  100 – 1000 ครั้งในการดึง

 

รูปภาพต่อไปนี้เป็นการแสดงถึงสภาพเสื่อมของฟันจับเมื่อเสื่อมสภาพถึงจุดที่จะต้องเปลี่ยน

 

 

 ในกรณีของลวดทีชุบด้วย (epoxy) อีพอกซี่ ค่าของ b จะต้องหารด้วย 2

 

การประเมินสภาพความเสื่อมของลิ่มจับลวดในกระบอก

 

รูปภาพ  1a, 1b, และ 2

ฟันจับมีรอยสึกหรอของฟันที่แบนลงกว้างกว่า 0.4 มิลลิเมตรซึ่งเกินจุดอนุญาตให้ใช้ต่อได้ ในลักษณะนี้จะต้องเปลี่ยนลิ่มชุดใหม่

 

รูปภาพ 3, 4 และ 5

ฟันจับมีรอยสึกหรอของฟันที่แบนลงกว้างกว่า 0.4 มิลลิเมตร ซึ่งเกินจุดอนุญาตให้ใช้ต่อได้

ในลักษณะนี้จะต้องเปลี่ยนลิ่มชุดใหม่ การสึกหรอแบบนี้เกิดจากการรูดของเส้นลวด ถ้าใช้ต่อจะเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายร้ายแรงได้

 

รูปภาพ 6, 7 และ 8

ฟันจับมีรอยสึกหรอของฟัน ที่แบนลงประมาณ 0.2 - 0.3 มิลลิเมตร แต่มีรอยของการรูด ของเส้นลวดหลายจุดมาก ซึ่งเกินจากจุดที่จะอนุญาตให้ใช้ต่อได้จะต้อง เปลี่ยนลิ่มชุดใหม่ ถ้าใช้ต่อจะเกิดอันตรายร้ายแรงได้

 

รูปภาพ 9, 10 และ 11

จะสังเกตเห็นว่าบางส่วนของฟันจับ มีรอยฉีกขาดของฟันจับ การฉีกขาดของฟันจับ ในลักษณะนี้อาจจะเกิดจากการ ดึงลวดที่ถูกทำขึ้นให้เป็นสันหรือริ้วแข็ง รอยฉีกขาดของฟันจับ ในลักษณะนี้ไม่สามารถใช้ต่อไปได้อีกแล้ว จะต้องเปลี่ยนลิ่มชุดใหม่ ถ้าลวดที่ใช้มีสันหรือริ้วแข็งควรจะปรึกษา บริษัทที่จำหน่ายลิ่มเพื่อขอคำแนะนำการ ใช้ลิ่มและปลอกที่เหมาะสมกับลวดที่ใช้

 

รูปภาพ 12

แสดงถึงลิ่มจับลวดที่มีรอยแยกขาดจากกัน สาเหตุของลิ่มในลักษณะนี้เกิดจากการที่ปลายลวดที่จะดึงไม่มีความยาวพอที่ลิ่มจะจับตลอดความยาว ของตัวลิ่มจึงทำให้ลิ่มแยกขาดจากกัน ลิ่มชุดนี้ไม่สามารถใช้ได้อีกแล้วจะต้องเปลี่ยนลิ่มชุดใหม่

 

ลิ่มจับลวดแบบแบน

รูปภาพที่ 13, 14 และ 15

ลักษณะของฟันจับสึกหรอ เกินขอบเขตที่จะเสี่ยงใช้ต่อไปได้ จะต้องเปลี่ยนลิ่มชุดใหม่

 

ปลอกจับลิ่ม

ปลอกที่มีผิวด้านในที่สัมผัสกับลิ่มจับลวด ถ้ามีรอยขีดข่วนหรือ มีรอยที่เกิดขึ้นจาก การดึงลวด แล้วมีเศษโลหะหลุดออกมา ไม่สมควรที่จะใช้ปลอกในลักษณะนี้อีกต่อไป เพราะจะเสี่ยงต่อการที่ ตัวปลอกจะฉีกขาดได้ หรือในกรณีที่ด้านหน้าของปลอก ที่สัมผัสกับ กระบอกดึง มี่รอยทุบจากค้อนเหล็กจนยับเยินก็ไม่สมควรที่จะใช้ต่อไปเพราะจะทำความเสียหายให้กับลิ่มจับลวดด้วย ปลอกที่ได้กล่าวมาในข้างต้นนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นปลอกชนิดเปิด ( F Type ) และแบบตัวต่อ ( Coupler )

รูปภาพที่ 1, 2 และ 3 แสดงถึงลักษณะของปลอกที่ได้กล่าวมาข้างต้น ซึ่งปลอกที่อยู่ในลักษณะนี้จะต้องเปลี่ยนปลอกตัวใหม่เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน

 

ลิ่มจับลวดที่แท่นดึง

1. ความเสื่อมสภาพของลิ่ม ที่เกิดจากการใช้งานบ่อยครั้ง

การที่จะกำหนดว่าลิ่มชุดที่ใช้อยู่จะใช้ต่อไปอีกได้หรือไม่ก็ต้องดูจากหลากหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้อง หลังจากการใช้ลิ่ม ในการดึงมากครั้งแล้วจะสังเกตเห็นว่า ฟันจับของลิ่มจะแบนลง ตราบใดที่ฟันจับของลิ่มแบนลงไม่เกิน 3/10 มม. และร่องระหว่างฟันยังไม่เกิน 1 มม. ลิ่มชุดนั้นยังสามารถใช้ต่อไปได้ แต่ถ้าหากว่าฟันจับแบนมากกว่า 3/10 มม. และร่องระหว่างฟันจับกว้างเกิน 1 มม. ควรจะ เปลี่ยนลิ่มชุดใหม่เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน

 

รูปภาพแสดงการแบนลงของฟันจับของลิ่มที่เป็นโลหะชุบแข็งที่ยังสามารถใช้งานต่อไปได้  แต่ถ้าเกินกว่าที่กำหนดจะต้องเปลี่ยนลิ่มชุดใหม่

 

รูปภาพต่อไปนี้ถ่ายภาพมาจากลิ่มชุดแบบสองชิ้นขนาด ½” ซึ่งผ่านการใช้งานแบบดึงลวด Stand จนขาดเป็นจำนวน 200 ครั้ง

 

รูปที่ 1 จะเห็นว่าบางส่วนฟันบางซี่สึกหรอเกิน 0.3 มม. ลิ่มส่วนนี้ยังสามารถใช้ต่อไปได้ แต่เพื่อความปลอดภัยควรจะแยกลิ่มชิ้นนี้ ออกจากลิ่มที่ไม่สึกหรอ

รูปที่ 2 จะเห็นว่าฟันจับยังอยู่ในสภาพที่ใช้งานต่อไปได้อีก

 

รูปที่ 3 จะเห็นว่าฟันจับยังอยู่ในสภาพที่ใช้งานต่อไปได้อีก

รูปที่ 4 จะเห็นว่าส่วนของปลอกคอบนขาดออก ในความเป็นจริงแล้วฟันจับยังอยู่ในสภาพที่ดีไม่มีผลกระทบกับการจับลวด แต่เพื่อความปลอดภัยก็ควรจะเปลี่ยนลิ่มส่วนนี้

 

ส่วนที่ 5 และ 6 จะเห็นว่าบางส่วนของฟันจับสึกหรอไปมาก ลิ่มในลักษณะนี้จะใช้ต่อไปไม่ได้แล้ว

 

2. ความเสื่อมสภาพของลิ่ม หลังจากการใช้เพียงไม่กี่ครั้ง

ส่วนที 7, 8, 9 ลิ่มที่ใช้ดึงไม่กี่ครั้งแล้วมีรอยรูด ดังภาพแสดงว่าลิ่มหรือปลอกที่ใช้ มีเศษวัสดุติดค้างอยู่ในร่องฟันมาก หรือมีเศษวัสดุติดอยู่ในปลอก การตรวจดูความสะอาดของลิ่ม และปลอกก่อนการใช้งานและ ใช้สารบำรุงรักษาลิ่ม และปลอกตามที่เราแนะนำ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ อายุการใช้งานของ ลิ่มและปลอกยาวนานตาม ที่ควรจะเป็นและยังช่วยรับประกันความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานด้วย ห้าม ใช้ลิ่มจับลวดที่มีรอยรูดในลักษณะนี้อีกเพราะจะเกิดอันตรายได้

 

3. รอยร้าว

รูปที่ 10 – 12 รอยร้าวเล็กๆ บนผิวด้านนอกหรือในบริเวณ ฟันจับจะไม่มี่ผลกระทบในการดึงสามารถใช้ต่อไปจนกว่ารอยร้าวขยายใหญ่ขึ้นจึงเปลี่ยนลิ่มชุดใหม่

 

รูปที่ 13 – 16 ในกรณีที่ลิ่มมีส่วนที่แตกหลุดออกไปดังที่เห็นในรูปภาพ 13 – 16 จะต้องเปลี่ยนลิ่มชุดใหม่ทันที







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
P.R. ENGINEERING LTD.,PART.
880 On-Nut 46 Suanluang Bangkok 10250 Thailand
Tel. 0-2321-1361, 0-2321-3440, 0-2321-7798 Fax. 0-2321-3643
Email : info@pr-engineer.com
Email : info@pr-thai.com